Infographic ทำแล้วเอาไปใช้ที่ไหน ตอนไหนดี

# Infographic ทำแล้วเอาไปใช้ที่ไหน

บางคนอยากทำ Infographic เพราะรู้ว่าเป็นสื่อในการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่ายสร้างผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่รู้ว่าจะนำสื่อ Infographic ไปสอดแทรกหรือใช้ในโอกาสใดได้บ้าง

Motion Info Studio จะหยิบหยกสถานการณ์และช่องทางในการนำ Infographic ไปใช้เพื่อสร้างความแตกต่างที่น่าสนใจ ให้แก่เจ้าของข้อมูลกันค่ะ

    1. ในงานวิจัย เราสามารถทำ Infographic เป็นบทสรุปตอนท้ายในแต่ละบทหรือแต่ละเรื่องของงานวิจัย เสมือนเป็นการรวบยอดองค์ความรู้และสรุปประเด็นงานวิจัยของข้อมูลที่ศึกษามาให้ง่ายแก่ผู้อ่านและผู้ที่ต้องการศึกษางานวิจัย
    2. เอกสารและสื่อประกอบใน Presentation หากการพรีเซ็นรายงานรูปแบบเดิมๆ เปิด Powerpoint อ่านเลื่อนมาเลื่อนไปสร้างความน่าเบื่อให้ทั้งผู้นำเสนอและผู้ฟัง การใส่ภาพ Infographic จะเป็นการจับประเด็นให้น่าติดตาม ผู้ฟังเกิดความสนใจ ผู้นำเสนอก็สามารถอธิบายตามภาพกราฟฟิคหรือหัวข้อที่อยู่บนสไลด์ได้อย่างราบรื่น เลิกการ Present แบบเดิมๆที่น่าเบื่อไปได้เลย
    3. หนังสือหรือนิตยสาร ต้องยอมรับว่าการอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือตลอดทั้งเล่ม ไม่เป็นที่นิยมมากนักเท่ากับหนังสือที่มีภาพประกอบการบรรยาย อธิบายในหนังสือ เพราะสร้างความสนใจ เป็นการรวบความคิดในการอ่านให้เข้าใจง่ายขึ้น น่าติดตาม คนอ่านรู้สึกไม่เคร่งเครียด และเพลิดเพลินในการอ่านมากยิ่งขึ้น หนังสือที่เรามักพบเห็นส่วนใหญ่ในการใช้ Infographic คือหนังสือประเภทการตลาด How to การบริหาร การเงิน จิตวิทยา เป็นต้น
    4. เว็บไซต์ เสมือนเป็นหน้าร้านในโลกออนไลน์ที่บอกว่า เราเป็นใคร ทำอะไร มีสินค้าหรือบริการอะไร ช่องทางการติดต่อ ทั้งอาจจะมีการนำเสนอผลงานที่ผ่านมา รีวิวจากผู้ใช้งาน นำเสนอข่าวสารและโปรโมชั่น Infographic มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้ผู้ชมหน้าเว็บไซต์เกิดความสนใจ เข้าใจ สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดได้มากขึ้นกว่ารูปแบบการอธิบายด้วยตัวอักษรเพียงอย่างเดียวตลอดเว็บไซต์ จากงานวิจัยเว็บไซต์ที่มีวีดีโอหรือสื่อ Infographic ยังสามารถดึงดูดให้ผู้ชมเว็บไซต์ อยู่ชมเว็บไซต์นานยิ่งขึ้น (ในหัวข้อถัดไปเราจะมาแนะนำการใช้สื่อ Infographic บนหน้าเว็บไซต์ให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้นกันค่ะ)
    5. บนสื่อโปสเตอร์ โบชัว คู่มือ สื่อประชาสัมพันธ์เหล่านี้ มักมีภาพสินค้า ภาพนายแบบ นางแบบถือผลิตภัณฑ์ จนคนทั่วไปเกิดความเคยชินที่จะไม่หยุดอ่านหรือสนใจข้อมูลหากไม่ใช่สินค้าที่รู้จักอยู่แล้ว หรือเป็นนายแบบนางแบบที่ชื่นชอบ หากเปลี่ยนรูปแบบของสื่อ ให้มีภาพประกอบและให้ข้อมูลในรูปแบบของ Infographic ก็จะสามารถสร้างความแปลกใหม่ในการเข้าถึง สร้างความสนใจและเข้าใจสินค้าและบริการของเราได้อย่างรวดเร็ว

Infographic สามารถนำไปประกอบได้แทบจะทุกสื่อ ขึ้นอยู่กับว่าจะออกแบบและดึงข้อมูลให้มีความกลมกลืน ชัดเจน น่าสนใจเหมาะสมได้อย่างไร การทำ Infographic จึงต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ทางศิลปะ การออกแบบ ภาษา การตลาดประกอบเข้าด้วยกันเพื่อผลลัพธ์ที่ตรงวัตถุประสงค์และความต้องการ

เนื้อหาอะไรสามารถนำมาทำ Infographic ได้บ้าง

เราต่างทราบกันดีว่า Infographic กำลังเป็นที่นิยมของหน่วยงานเอกชน ราชการ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ นักการตลาด นักสื่อสารองค์กร และผู้ที่ต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพราะ Infographic นั้นสามารถสร้างการดึงดูดให้เกิดความสนใจ การรับรู้ เข้าชม ติดตามและแชร์ต่อในปริมาณมากและรวดเร็ว จึงเป็นประโยชน์ในการกระจายข้อมูลข่าวสาร และโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทั่วถึงและรวดเร็ว

แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่า เนื้อหาประเภทใดที่จะเหมาะสมนำมาทำเป็น Infographic ได้บ้าง Motion Info Studio จึงขอหยิบประเด็นที่คนส่วนใหญ่นิยมทำทั้งจากทฎษฎีและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของ Motion Info Studio ที่ทำให้กับลูกค้าของเรานะคะ

ประเด็นที่นิยมทำ Infographic ได้แก่

  1. Hot News คือข่าวเด่น ประเด็นฮ๊อต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ โรคระบาด เปิดตัวสินค้าใหม่ เนื้อหาอะไรก็ตามที่นำเสนอออกมาทันอยู่ในกระแสความนิยมและการพูดถึงในขณะนั้น
  2. How to เป็นการนำเสนอข้อมูลที่แนะนำขั้นตอนกระบวนการ ขั้นตอน อธิบายสิ่งนั้นๆให้เข้าใจง่าย ทำตามได้ง่าย เช่น วิธีการออมเงิน ขั้นตอนการใช้แอพลิเคชั่นตัวใหม่ เป็นต้น
  3. Report หากการรายงานรูปแบบเดิมๆสร้างความน่าเบื่อให้แก่คนอ่าน การทำ Infographic ก็สามารถดึงดูดผู้ชม ผู้ฟัง หรือผู้อ่านให้เข้าใจเนื้อหา สนใจการนำเสนอของเราได้มากขึ้น หากเป็นการนำเสนอรายงานที่ต้องมีคนเข้าฟังก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ น่าสนใจแก่ผู้รายงานได้มากยิ่งขึ้น
  4. Compare การเปรียบเทียบข้อมูลด้วย Infographic จะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อเหมือนการใช้ข้อมูลที่นำเสนอด้วยตาราง หรือตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ผู้อ่านยังเห็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจนสร้างผลลัพธ์ในการตัดสินใจได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นตัวอย่างเช่น การเปรียบเทียบสินค้าของเรากับสินค้าของท้องตลาด การเปรียบเทียบพรรคการเมือง การเปรียบเทียบโปรโมชั่น หรือการเปรียบเทียบแพ็คเกจเป็นต้น
  5. Timeline คือการใช้ Infographic นำเสนอเรื่องราวความเป็นมา ลำดับขั้นตอน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เล่า Story ของแบรนด์ เราขั้นตอนลำดับขั้นต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ที่มาที่ไป สร้าง Inner ร่วมให้แก่แบรนด์ ให้เข้าถึงง่าย สร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และลูกค้ามากยิ่งขึ้น
  6. Information คือการนำเสนอข้อมูลทั่วไปในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเนื้อหานั้นอาจเป็นไปเพื่อต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม เพื่อต้องการเพิ่มยอดขาย หรือเพื่อสร้างกระแสสู่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลนั้นแตกต่างกันไปตามประเภทของเนื้อหานั้น

จะเห็นได้ว่าการทำ Infographic นั้นสามารถรองรับได้ทุกๆความต้องการของผู้ส่งสารทั้งนี้หากคุณอยากทำ Infographic แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำ Infographic แบบใดดี สามารถปรึกษาทีมงาน Motion Info Studio เพื่อช่วยวิเคราะห์ให้ Infographic ของคุณตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การสมัครสมาชิก แนะนำสินค้า โปรโมชั่น แพ็คเกจ การสร้างเรื่องราวInner ร่วมกับแบรนด์ของคุณ หรือจะเป็นการให้ข้อมูลประโยชน์ส่วนผสมต่างที่อยู่ผลิตภัณฑ์ของคุณเราก็สามารถช่วยคุณแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกันค่ะ

ความหมายของ Infographic

Motion Graphic

Infographic คือ Information + Graphic

หากจะอธิบายง่ายๆก็คือ การนำข้อมูลที่ต้องการนำเสนอมาแปลงเป็นภาพ เพื่อให้สื่อสารได้อย่างน่าสนใจ สะดุดตา และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

ส่วนวัตถุประสงค์ ของการสื่อสารโดยใช้ Infographic นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ส่งสาร ซึ่งในปัจจุบัน มักนิยมนำ Infographic มาใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารองค์กร และการโฆษณามากยิ่งขึ้น

หลักการสำคัญของการทำ Infographic ให้ประสบความสำเร็จนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆนั่นคือ

  1. Information คือเนื้อหาที่นำมาถ่ายทอดนั้นต้องมีความถูกต้อง เข้าใจง่าย สร้างสรรค์ อ่านแล้วเกิดความคล้อยตาม คิดตาม ปฏิบัติตาม หรือสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร

ตัวอย่างเช่น Infographic ที่ต้องการรณรงค์เพื่อต่อต้านการคอรัปชั่น สิ่งที่ต้องเกิดขี้นหลังจากทราบข้อมูล คือต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิด จิตใจของผู้อ่าน สู่การตระหนักรู้เข้าใจ และหลีกเลี่ยงการคอรัปชั่นมากขึ้น หรือ Infographic ที่ต้องการโปรโมทสินค้าตัวใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการทราบข้อมูลคือมีความเข้าใจรู้จักสินค้านั้น รุ้ถึงประโยชน์ เกิดความรู้สึกอยากได้ อยากซื้อ ทราบวิธีการสั่งซื้อ เกิดการซื้อขายในที่สุด

  1. Graphic หรือการออกแบบ ต้องใช้ทักษะสำคัญในการทำ Infographic คือความสามารถในการจับประเด็นเนื้อหาที่มีมาแบ่งกลุ่มจัดวางให้อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน น่าสนใจ โดยสร้างการดึงดูดทั้งสีสัน รูปทรง รูปแบบให้มีเอกลักษณ์ กลมกลืนในชิ้นงานและเนื้อหาที่ต้องการถ่ายทอด

เพราะฉะนั้น Infographic ที่ดี คือการออกแบบข้อมูลให้มีความน่าสนใจจนเกิดการรับรู้ในวงกว้าง สู่ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของเนื้อหานั้นอย่างแท้จริง