เขียนสคริปต์ Video Infographic ให้ดีด้วย 7 ขั้นตอน ทำอย่างไร

สคริปต์ Video Infographic




# สคริปต์ Video Infographic

Video Infographic นอกจากการคิดรูปแบบการนำเสนอที่ต้องออกแบบกราฟฟิคให้น่าสนใจแล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของการทำ Video Infographic พื้นฐานเลยคือ การเขียนสคริปต์ที่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาสำคัญได้อย่างตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ ดึงดูดและน่าสนใจ มาดูกันว่า ขั้นตอน 7 ขั้นตอนที่จะทำให้เขียนสคริปต์ Video Infographic ให้ได้ดี นั้นมีอะไรบ้าง

1. กำหนดวัตถุประสงค์ของเนื้อหา

หลังจากที่ได้รับบรีฟหัวข้อเนื้อหามาแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ การตอบคำถามของวัตถุประสงค์ของการทำวีดีโอได้แก่ ทำวีดีโอขึ้นเพื่ออะไรเช่นแนะนำองค์กร สินค้า แนะนำกระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน หรือเพื่อให้ข้อมูล ต่อมาใครคือผู้ชม ช่วงวัยใด ผู้หญิงหรือผู้ชายซึ่งน่าจะมีรสนิยม ชื่นชอบรูปแบบการนำเสนอแบบใด เป็นคนภายในองค์กร หรือนอกองค์กร

2. การลำดับการเล่าเรื่อง

เริ่มจากการทำความเข้าใจเนื้อหา วางแผนรูปแบบ นำเสนอจัดวางประเด็นสำคัญจะวางไว้ช่วงต้น ช่วงกลาง หรือช่วงท้าย นำเสนอรูปแบบการเล่าเรื่อง เริ่มจากปัญหา หรือตามลำดับกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน หรือเล่าแบบตรงไปตรงมา ซึ่งหลักสำคัญต้องคำนึงถึงเนื้อหาและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอให้น่าสนใจ

3. ย้ำ Call-To-Action

 เมื่อผู้ชม รับชมจนจบแล้ว สิ่งที่เราต้องการต่อไปคือให้คนดูทำอะไร การย้ำ Call-To-Action เป็นการสร้างการสรุปที่ย้ำให้ผู้ชมนั้นคล้อยตาม โน้มน้าวไปยังเป้าหมายที่เราวางไว้หลังจากที่ได้ชมวีดีโอจนจบ เช่นทิ้งท้ายว่า ชมข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.motioninfostudio.com หรือสามารถเลือกซื้อสินค้า ได้ที่ 088-245-5429  โทรมาหาเราตอนนี้ หรือร่วมบริจาคได้ที่..... เป็นต้น

4. ตัดคำฟุ่มเฟือย

สังเกตุช่วงที่อ่านตรวจทานสคริปต์แล้วรู้สึกว่าเจอคำนี้ถี่จนเกินไป อ่านออกเสียงแล้วสะดุด ไม่ลื่นหู ให้ลองตัดคำนั้นออกห่างไม่ทำให้เสียใจความสำคัญ

5. เว้นช่วงแล้วกลับมาใหม่

นี้คือเทคนิคอีกหนึ่งอย่างคือ หากเขียนเสร็จแล้วให้ลองเปลี่ยนอิริยาบถทำอย่างอื่น เช่น เข้าห้องน้ำพักผ่อน ทานข้าว ทานขนม แล้วลองกลับมาอ่าน สคริปต์อีกครั้ง อาจจะได้เห็นอีกมุมมองในการเขียนที่จะทำให้เรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะการที่เราจดจ่อกับสิ่งนั้นมากเกินไปจะทำให้เกิดความตึงเครียด แล้วจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งการพักแล้วกลับมาตรวจทานอีกครั้ง จะทำให้เกิดไอเดียและความรอบครอบมากยิ่งขึ้น

6. อ่านออกเสียงสมมุติตัวเป็นนักพากษ์

เรื่องที่สำคัญของสคริปต์ Video Infographic อีกประการหนึ่งคือ การสื่ออารมณ์ไปยังผู้ชม สคริปต์ที่ดีต้องสามารถดึงดูดผู้ชมและสะกดให้หยุดฟังได้ ดังนั้นเมื่อเขียนเสร็จ ตรวจทานแล้วให้อ่านออกเสียงใส่อารมณ์ตามสคริปต์สมมุติตัวเราเป็นนักพากย์และอย่าลืมจับเวลาเพื่อเช็คจำนวนนาทีโดยประมาณเพื่อไม่ให้เกินจำนวนนาทีที่กำหนดไว้ เช็คว่าคำที่เลือกใช้ เนื้อหาในสคริปต์นั้นน่าสนใจ ดึงดูดแล้วหรือไม่ หากยังไม่พอใจก็ทำการปรับแต่งสคริปต์อีกครั้ง

7. หาผู้ชมจำลอง

ลองนำสคริปต์ไปอ่านแบบใส่ Feelingให้คนรอบตัวฟังอีกครั้ง แล้วลองเช็คดูโดยสอบถามว่าเนื้อเรื่องที่เราเขียนนั้นมีความเข้าใจหรือไม่ มีความวกวน งงส่วนไหนไหม หรือน่าเบื่อเกินไปหรือเปล่า และลองสอบถามว่า เรื่องที่ได้ฟังนั้นมีความน่าสนใจดีแล้ว หรือควรจะปรับแก้อย่างไรบ้างหรือไม่





ทำ Infographic แล้วเอาไปใช้ที่ไหน ตอนไหนดี

c_b3



ทำ Infographic แล้วเอาไปใช้ที่ไหน

บางคนอยากทำ Infographic เพราะรู้ว่าเป็นสื่อในการนำเสนอที่น่าสนใจ เข้าใจง่ายสร้างผลลัพธ์ที่ดี แต่ไม่รู้ว่าจะนำสื่อ Infographic ไปสอดแทรกหรือใช้ในโอกาสใดได้บ้าง

Motion Info Studio จะหยิบหยกสถานการณ์และช่องทางในการนำ Infographic ไปใช้เพื่อสร้างความแตกต่างที่น่าสนใจ ให้แก่เจ้าของข้อมูลกันค่ะ

1. ในงานวิจัย เราสามารถทำ Infographic เป็นบทสรุปตอนท้ายในแต่ละบทหรือแต่ละเรื่องของงานวิจัย เสมือนเป็นการรวบยอดองค์ความรู้และสรุปประเด็นงานวิจัยของข้อมูลที่ศึกษามาให้ง่ายแก่ผู้อ่านและผู้ที่ต้องการศึกษางานวิจัย

2. เอกสารและสื่อประกอบใน Presentation หากการพรีเซ็นรายงานรูปแบบเดิมๆ เปิด Powerpoint อ่านเลื่อนมาเลื่อนไปสร้างความน่าเบื่อให้ทั้งผู้นำเสนอและผู้ฟัง การใส่ภาพ Infographic จะเป็นการจับประเด็นให้น่าติดตาม ผู้ฟังเกิดความสนใจ ผู้นำเสนอก็สามารถอธิบายตามภาพกราฟฟิคหรือหัวข้อที่อยู่บนสไลด์ได้อย่างราบรื่น เลิกการ Present แบบเดิมๆที่น่าเบื่อไปได้เลย

3. หนังสือหรือนิตยสาร ต้องยอมรับว่าการอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือตลอดทั้งเล่ม ไม่เป็นที่นิยมมากนักเท่ากับหนังสือที่มีภาพประกอบการบรรยาย อธิบายในหนังสือ เพราะสร้างความสนใจ เป็นการรวบความคิดในการอ่านให้เข้าใจง่ายขึ้น น่าติดตาม คนอ่านรู้สึกไม่เคร่งเครียด และเพลิดเพลินในการอ่านมากยิ่งขึ้น หนังสือที่เรามักพบเห็นส่วนใหญ่ในการใช้ Infographic คือหนังสือประเภทการตลาด How to การบริหาร การเงิน จิตวิทยา เป็นต้น

4. เว็บไซต์ เสมือนเป็นหน้าร้านในโลกออนไลน์ที่บอกว่า เราเป็นใคร ทำอะไร มีสินค้าหรือบริการอะไร ช่องทางการติดต่อ ทั้งอาจจะมีการนำเสนอผลงานที่ผ่านมา รีวิวจากผู้ใช้งาน นำเสนอข่าวสารและโปรโมชั่น Infographic มีส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้ผู้ชมหน้าเว็บไซต์เกิดความสนใจ เข้าใจ สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดได้มากขึ้นกว่ารูปแบบการอธิบายด้วยตัวอักษรเพียงอย่างเดียวตลอดเว็บไซต์ จากงานวิจัยเว็บไซต์ที่มีวีดีโอหรือสื่อ Infographic ยังสามารถดึงดูดให้ผู้ชมเว็บไซต์ อยู่ชมเว็บไซต์นานยิ่งขึ้น (ในหัวข้อถัดไปเราจะมาแนะนำการใช้สื่อ Infographic บนหน้าเว็บไซต์ให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้นกันค่ะ)

5. บนสื่อโปสเตอร์ โบชัว คู่มือ สื่อประชาสัมพันธ์เหล่านี้ มักมีภาพสินค้า ภาพนายแบบ นางแบบถือผลิตภัณฑ์ จนคนทั่วไปเกิดความเคยชินที่จะไม่หยุดอ่านหรือสนใจข้อมูลหากไม่ใช่สินค้าที่รู้จักอยู่แล้ว หรือเป็นนายแบบนางแบบที่ชื่นชอบ หากเปลี่ยนรูปแบบของสื่อ ให้มีภาพประกอบและให้ข้อมูลในรูปแบบของ Infographic ก็จะสามารถสร้างความแปลกใหม่ในการเข้าถึง สร้างความสนใจและเข้าใจสินค้าและบริการของเราได้อย่างรวดเร็ว

Infographic สามารถนำไปประกอบได้แทบจะทุกสื่อ ขึ้นอยู่กับว่าจะออกแบบและดึงข้อมูลให้มีความกลมกลืน ชัดเจน น่าสนใจเหมาะสมได้อย่างไร การทำ Infographic จึงต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ทางศิลปะ การออกแบบ ภาษา การตลาดประกอบเข้าด้วยกันเพื่อผลลัพธ์ที่ตรงวัตถุประสงค์และความต้องการ





เนื้อหาอะไรสามารถนำมาทำ Infographic ได้บ้าง

ทำ infographic





เราต่างทราบกันดีว่า Infographic กำลังเป็นที่นิยมของหน่วยงานเอกชน ราชการ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ นักการตลาด นักสื่อสารองค์กร และผู้ที่ต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพราะ Infographic นั้นสามารถสร้างการดึงดูดให้เกิดความสนใจ การรับรู้ เข้าชม ติดตามและแชร์ต่อในปริมาณมากและรวดเร็ว จึงเป็นประโยชน์ในการกระจายข้อมูลข่าวสาร และโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทั่วถึงและรวดเร็ว

แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่า เนื้อหาประเภทใดที่จะเหมาะสมนำมาทำเป็น Infographic ได้บ้าง Motion Info Studio จึงขอหยิบประเด็นที่คนส่วนใหญ่นิยมทำทั้งจากทฎษฎีและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของ Motion Info Studio ที่ทำให้กับลูกค้าของเรานะคะ

ประเด็นที่นิยมทำ Infographic ได้แก่

  1. Hot News คือข่าวเด่น ประเด็นฮ๊อต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ โรคระบาด เปิดตัวสินค้าใหม่ เนื้อหาอะไรก็ตามที่นำเสนอออกมาทันอยู่ในกระแสความนิยมและการพูดถึงในขณะนั้น
  2. How to เป็นการนำเสนอข้อมูลที่แนะนำขั้นตอนกระบวนการ ขั้นตอน อธิบายสิ่งนั้นๆให้เข้าใจง่าย ทำตามได้ง่าย เช่น วิธีการออมเงิน ขั้นตอนการใช้แอพลิเคชั่นตัวใหม่ เป็นต้น
  3. Report หากการรายงานรูปแบบเดิมๆสร้างความน่าเบื่อให้แก่คนอ่าน การทำ Infographic ก็สามารถดึงดูดผู้ชม ผู้ฟัง หรือผู้อ่านให้เข้าใจเนื้อหา สนใจการนำเสนอของเราได้มากขึ้น หากเป็นการนำเสนอรายงานที่ต้องมีคนเข้าฟังก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ น่าสนใจแก่ผู้รายงานได้มากยิ่งขึ้น
  4. Compare การเปรียบเทียบข้อมูลด้วย Infographic จะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อเหมือนการใช้ข้อมูลที่นำเสนอด้วยตาราง หรือตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ผู้อ่านยังเห็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจนสร้างผลลัพธ์ในการตัดสินใจได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นตัวอย่างเช่น การเปรียบเทียบสินค้าของเรากับสินค้าของท้องตลาด การเปรียบเทียบพรรคการเมือง การเปรียบเทียบโปรโมชั่น หรือการเปรียบเทียบแพ็คเกจเป็นต้น
  5. Timeline คือการใช้ Infographic นำเสนอเรื่องราวความเป็นมา ลำดับขั้นตอน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เล่า Story ของแบรนด์ เราขั้นตอนลำดับขั้นต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ที่มาที่ไป สร้าง Inner ร่วมให้แก่แบรนด์ ให้เข้าถึงง่าย สร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และลูกค้ามากยิ่งขึ้น
  6. Information คือการนำเสนอข้อมูลทั่วไปในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเนื้อหานั้นอาจเป็นไปเพื่อต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม เพื่อต้องการเพิ่มยอดขาย หรือเพื่อสร้างกระแสสู่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลนั้นแตกต่างกันไปตามประเภทของเนื้อหานั้น

จะเห็นได้ว่าการทำ Infographic นั้นสามารถรองรับได้ทุกๆความต้องการของผู้ส่งสารทั้งนี้หากคุณอยากทำ Infographic แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำ Infographic แบบใดดี สามารถปรึกษาทีมงาน Motion Info Studio เพื่อช่วยวิเคราะห์ให้ Infographic ของคุณตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การสมัครสมาชิก แนะนำสินค้า โปรโมชั่น แพ็คเกจ การสร้างเรื่องราวInner ร่วมกับแบรนด์ของคุณ หรือจะเป็นการให้ข้อมูลประโยชน์ส่วนผสมต่างที่อยู่ผลิตภัณฑ์ของคุณเราก็สามารถช่วยคุณแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกันค่ะ





ความหมายของ Infographic

Motion Graphic

Infographic คือ Information + Graphic

หากจะอธิบายง่ายๆก็คือ การนำข้อมูลที่ต้องการนำเสนอมาแปลงเป็นภาพ เพื่อให้สื่อสารได้อย่างน่าสนใจ สะดุดตา และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

ส่วนวัตถุประสงค์ ของการสื่อสารโดยใช้ Infographic นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ส่งสาร ซึ่งในปัจจุบัน มักนิยมนำ Infographic มาใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารองค์กร และการโฆษณามากยิ่งขึ้น

หลักการสำคัญของการทำ Infographic ให้ประสบความสำเร็จนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆนั่นคือ

  1. Information คือเนื้อหาที่นำมาถ่ายทอดนั้นต้องมีความถูกต้อง เข้าใจง่าย สร้างสรรค์ อ่านแล้วเกิดความคล้อยตาม คิดตาม ปฏิบัติตาม หรือสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร

ตัวอย่างเช่น Infographic ที่ต้องการรณรงค์เพื่อต่อต้านการคอรัปชั่น สิ่งที่ต้องเกิดขี้นหลังจากทราบข้อมูล คือต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิด จิตใจของผู้อ่าน สู่การตระหนักรู้เข้าใจ และหลีกเลี่ยงการคอรัปชั่นมากขึ้น หรือ Infographic ที่ต้องการโปรโมทสินค้าตัวใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการทราบข้อมูลคือมีความเข้าใจรู้จักสินค้านั้น รุ้ถึงประโยชน์ เกิดความรู้สึกอยากได้ อยากซื้อ ทราบวิธีการสั่งซื้อ เกิดการซื้อขายในที่สุด

  1. Graphic หรือการออกแบบ ต้องใช้ทักษะสำคัญในการทำ Infographic คือความสามารถในการจับประเด็นเนื้อหาที่มีมาแบ่งกลุ่มจัดวางให้อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน น่าสนใจ โดยสร้างการดึงดูดทั้งสีสัน รูปทรง รูปแบบให้มีเอกลักษณ์ กลมกลืนในชิ้นงานและเนื้อหาที่ต้องการถ่ายทอด

เพราะฉะนั้น Infographic ที่ดี คือการออกแบบข้อมูลให้มีความน่าสนใจจนเกิดการรับรู้ในวงกว้าง สู่ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของเนื้อหานั้นอย่างแท้จริง