# ทำ Video Infographic อย่างไร

ขั้นที่ 1 สคริปต์ดีมีชัยไปครึ่ง

สคริปต์ที่ดีต้องไม่อัดแน่นจนเกินไปเช่น 30 วินาที ไม่ควรใช้เกิน 75 คำ  นึกถึงว่าทำ Video Infographic นี้ให้ใครดู  คนดูได้จะเรียนรู้ จดจำ และทำอะไร รู้สึกอย่างไร สคริปต์ที่ดีก็ควรมีเสียงพากษ์ที่ดี ฟังชัดถ้อยชัดคำ และดนตรีประกอบก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้มากอีกเช่นกัน

ขั้นที่ 2 คิดสตอรี่บอร์ด (Storyboard)

สร้างบ้านต้องมีแปลนบ้าน สตอรี่บอร์ดก็คือแปลนของการทำ Video Infographic ถ้าสร้างบ้านเสร็จแล้วจะแก้แปลนใหม่ต้องใช้งบประมาณบานปลายแน่ๆ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน ดังนั้นขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ

ขั้นตอนนี้เราจะนำสคริปต์ที่ได้มาสเก็ตเป็นภาพเล่าเรื่องว่าต้องการสื่อออกมาเป็นภาพแบบไหน ใช้มุมกล้องยังไง มีกราฟฟิกหรือข้อความอะไรประกอบบ้าง ถ้าคุณผู้อ่านนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงหนังสือการ์ตูนที่เรียงภาพเป็นช่องๆ

ขั้นที่ 3 ออกแบบกราฟฟิกสิ! รออะไร

นำสตอรี่บอร์ดที่ได้มาออกแบบกราฟฟิก ทำ Mood&tone board หา reference เผื่อกำหนดทิศทางการออกแบบ อาจจะเลือกมา 1-4 ช่องเพื่อไกด์ไลน์สีและสไตล์การออกแบบสำหรับช่องที่เหลือ

ขั้นที่ 4 ทำให้เคลื่อนไหว (Animation)

เปลี่ยนภาพนิ่งให้เคลื่อนไหว อย่าให้ภาพเคลื่อนไหวช้าจนเกินไปเพราะจะทำให้คนดูเบื่อและกดข้ามไปทันที แต่ต้องระวังไม่ให้เร็วจนเกินกว่าผู้ชมจะรับข้อมูลทัน ควรเลือกวิธีการเปลี่ยนภาพ (Transition) อย่างเหมาะสม เทคนิกการเปลี่ยนภาพที่ดีจะช่วยการเล่าเรื่องไหลลื่นได้ยอดเยี่ยมมาก ในทางกลับกันถ้าเลือกวิธีการเปลี่ยนภาพที่ไม่เหมาะสมจะสร้างความสับสนให้กับผู้ชมได้

ขั้นที่ 5 เสียงประกอบ

ลองนึกภาพถ้าคุณกำลังดูภาพยนตร์ที่มีแต่คำบรรยายไม่มีเสียงอะไรเลย ทุกอย่างเงียบไปหมดจะรู้สึกอย่างไร…  ใช่! เสียงเป็นสิ่งที่สำคัญสุดๆอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปกับ Video Infographic ได้ ทำให้รู้สึกดราม่า สนุก หวาดกลัว และอื่นๆ สำหรับ Motion Info Studio เราแบ่งประเภทเสียงออกเป็น 3 อย่างคือ 1) เสียงบรรยาย 2) ดนตรีประกอบ และ 3) Sound effect

ที่มา: columnfivemedia